oatza 的个人资料O a t Z a照片日志列表 工具 帮助
第 1 张,共 13 张

ang OatZ

职业

O a t Z a

= R h Y t H m - o F - T h e - R a i N =
6月2日

แหะๆ

ไม่ได้อัพเดทมาปีกว่าแร้นมั้ง
แบบว่ามันไม่มีเวลาไง
แต่จะว่าไป
ไม่มีอารมณ์มากกว่าอะ..
กร๊ากกก
อย่างที่เห็น..
ว่าเพิ่งอัพรูปลงไป
ก็มีงานพืชสวนโลก ตั้งแต่ปีที่แล้วแน่ะ ..
ไปตั้งแต่ 2-3-4 ธ.ค. กับเพื่อนๆ ได้แก่
ปอม(117) นี(114) อ้น(เมื่อย) แล้วก้อผึ้ง(เปรี้ยว) กะออยล์(บ้า).. กร๊ากกกกกก
ออกเดินทางเย็นวันที่ 1 เลิกงานห้าโมง ไปขึ้นรถที่หมอชิต
อนิจจา.. ตกรถ !!
โชคดีที่เค้ายังให้ขึ้นรถอีกคันนึง
กลายเป็นว่า นี กะ ปอม ไปคันแรก
แล้วเรากะอ้น
ไปรถอีกเที่ยวที่ออกช้ากว่าประมาณครึ่งชั่วโมง
(แต่เราไปถึงก่อนนะ.. 555)
ถึงเชียงใหม่วันแรก ก็ไปสามดอย.. ดอยปุย พูพิงค์ แล้วก้อดอยสุเทพ
ตอนเย็นก้อไปกินข้าวแล้วก้อต่อด้วย ไนท์บาซาร์
อีกวันนึง ช่วงเช้าไปกินข้าว แล้วก้อไปบ่อน้ำพุร้อน.. ร้อนจิงๆ เฮ้ออ..
พอเย็นๆ ก้อไปพืชสวนโลก เดินเลือกมุมถ่ายรูป จนงานปิด ก้อไปถนนคนเดิน
วันสุดท้าย ไปตะลุยพืชสวนโลกแต่เช้า แดดร้อนจิงๆเรย แต่ก้อถ่ายรูปกันอย่างเมามัน
จนเย็นๆก้อกลับที่พักเพื่ออาบน้ำ เตรียมตัวขึ้นรถกลับบ้าน
(ที่พัก = บ้านเพื่อนแม่ปอม = นอนฟรี).. 555
อยากบอกว่าเป็นการเที่ยวที่ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากๆ
พืชสวนโลก...บางคนบอกว่าร้อน ไม่หนุก
นั่นเป็นเพราะว่า มันไม่หนุกสำหรับคนที่ต้องการไปเดินเล่นชมสวน
แต่ขอบอกว่า ถ่ายรูปมันส์มาก มีที่ให้เลือกถ่ายเยอะแยะ แล้วก้อออกมาสวยมาก
สามวันเต็มๆ กับความประทับใจใหม่ๆ
ทริปดีๆอย่างนี้ยังมีอีกมากมาย
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
4月15日

Trip to Samed

นิยายปรัมปรา
เรื่อง
เกาะเสม็ด..และ ผัดสามสหายขี้เมา(ริม)ทะเล
     เหตุการณ์เริ่มต้นในวันที่อากาศในกรุงเทพร้อนระอุ สองสาว อันได้แก่ อ้อ และ แพร ได้ชักชวนกันไปเที่ยวเกาะเสม็ด สมาชิกร่วมทริปตอนแรก มี อ้อ แพร และโอ๊ด .. ต่อมา เพิ่มเป็น อ้อ แนน โอ๊ด และ แพร แต่... ด้วยเหตุผลบางประการ(หาอ่านได้จากบล็อกของอ้อและแนน) ซึ่งอาจเป็นการคัดเลือกทางธรรมชาติ ทำให้ทริปนี้ ประกอบไปด้วยสามสหายซึ่งเกิดในเดือนพฤษภา วันที่ 3,5 และ 6 ตามลำดับ (ชะรอย .. พวกเราคงจะตามกันมาเกิดเป็นแน่แท้)
     การเดินทางเริ่มขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่ 8 เมษายน เจอกันที่อนุฯ(ย่อมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ตอนเจ็ดโมง(แนนมาช้าสุด เพราะหนักกระเป๋า..กร๊ากกกกกก)  แต่ไม่ทันรถตู้เที่ยวเจ็ดโมง ก้อเรยต้องนั่งเม้าท์เรื่องที่กะว่าจะไปเมาท์กันที่ทะเลไปพลางๆ เพื่อรอรถเที่ยวเก้าโมง (เราว่าคิดถูกแล้วแหละที่เริ่มเมาท์ตั้งแต่ตอนนั้น เพราะนั่งเม้าท์กันจนรถตู้ไปถึงระยอง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหมดเรื่องเมาท์)
     ครั้นพอถึงท่าเรือนวลทิพย์ ก้อแวะกินข้าวชิวๆ ประกอบกับให้ไอ้แนนเข้าส้วมซักพัก ก้อพากันลงเรือเพื่อข้ามไปเกาะเสม็ด (ระหว่างที่อยู่บนเรือ พยายามจะฮัมเพลง"ธงน้ำเงิน"ดังๆ เนื่องจากอ้อบอกว่ามีคนนึงบนเรือน่าจะเป็นเด็กบดินทรฯ) ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่าๆ ล่ะมั้ง ก้อไปถึงเกาะ แล้วก้อนั่งรถกระบะวิบากเพื่อไปอ่าวไผ่..
     เมื่อไปถึงอ่าวไผ่ ก้อตรงดิ่งไปยังที่พักที่จองไว้ (เป็นที่เดียวที่หาเบอร์โทรได้เนื่องจากคราวที่แล้วเราไปพักแล้วถ่ายรูปกับป้ายชื่อหน้าบังกาโลไว้นั่นเอง ก๊ากกก) ห้องพักคราวนี้ดูทรุดโทรมกว่าตอนไปเมื่อสองปีก่อนนิดหน่อย และเป็นที่น่าเสียดายที่ตอนไปไม่เจอกะพี่ที่บังกาโลที่เราขอถ่ายรูปด้วยเมื่อคราวที่แล้ว เพราะคนนั้น ต่อราคาง่ายมาก กล้าขอกล้าให้ บางที่ก้อให้มากกว่าที่ขอ 55
     หลังจากนอนกลิ้งเกลือกกันซักพัก โอ๊ดกะแนนก็ผล็อยหลับไป ด้วยความเมาที่ไม่ได้เกิดจากการเดินทาง แต่มีสาเหตุมาจากอ้อ-บัง(ย่อมาจาก อ้อคุยโทรศัพท์กะบัง)
     สามโมงครึ่ง อ้อเลิกบัง (ย่อมาจาก อ้อเลิกคุยโทรสับกับบัง) เรากะแนนก้อตื่น ถึงแม้เราจะมีแผลอุบาดๆที่ขาทั้งสองข้าง และแขนอีกข้างนึง แต่ให้ตายเถอะ. ถ้าไปทะเล แล้วไม่ลงทะเล ก็คงจะเสียชาติเกิดมิใช่น้อย .. เราสามสหาย ก้อเรยพากันวิ่งลงทะเล ไปลอยคอเมาท์ต่อจากในรถตู้ตามที่ได้ตั้งใจไว้ ลอยไป.. ลอยมา.. ซักพัก แนนก้อโดนแท่งแหลมๆใสๆ ตำเท้า(จากการสอบถามผู้รู้ภายหลัง พบว่ามันน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า หอยเม่น).. แนนก้อเรยไปนั่งพักริมหาด พอหายเจ็บ+ตกใจ ก้อลงไปลอยคอกันต่อ.. เพื่อไม่ให้น้อยหน้าสาวราศีพฤษภ ที่เกิดใกล้กันมากๆแล้วดันโคจรมาเป็นเพื่อนกัน เรากะอ้อ ก้อเรย โดนตำกันไปคนละทีสองที ลอยไปลอยมา .. กลิ้งเกลือกริมหาด จนเริ่มรู้สึกว่าเย็นแล้ว ก้อเรยกลับห้องไปอาบน้ำ แล้วก้อพบว่าเราทั้งสามตัว หามีอุปกรณ์ในการอาบน้ำเพียงพอไม่.. เพราะเรากะว่าคงต้องมีใครซักคนเอามา แต่ลืมนึกไปว่า พวกเราคงนิสัยเหมือนกันมากเกินไป ก้อเรยต้องไปหาซื้อเอาดาบหน้า อ่อ.. ขอบคุณแนนและอ้อที่ซื้อเบต้าดีนมาด้วย เพราะหลังจากการอาบน้ำ แผลเราเหวอะหนักกว่าเดิมอีกง่ะ T-T
     กว่าพวกเราจะอาบน้ำเสร็จ ตะวันก้อได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ถึงเวลาออกหา(เหล้า เอ้ย ข้าว)กินพอดี พวกเราไปกินข้าวกันที่ Jep's restaurant .. อาหารที่กินก้อประกอบด้วย ต้มยำทะเล ทะเลจานร้อน แล้วก้ออาหารทะเลเผา ชื่อไรจำไม่ได้ ถ้าอยากรู้ หาคำตอบได้ที่บล็อกแนน (แต่ละอย่างที่กิน ราวกับกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าไปทะเล.. กร๊ากกกก) ... ขอบคุณแนนที่เป็นเจ้ามือมื้อนั้น..
     หึหึ.. เมื่อท้องอิ่ม ก้อถึงเวลาที่พวกเรารอคอย .. Climax ของ Trip นี้ .. และเป็นที่มาของชื่อเรื่อง ผัดสามสหายขี้เมา(ริม)ทะเล.. ก๊ากกกก เราสามคนกับ 100 pipers 1 ขวด และ mixer มั่วๆทั้งหลายที่กินกัน ตอนแรกนั่งกินบนหาดทราย พอ 4 ทุ่ม ร้านปิด พวกเราต้อง move กันไปที่ beach bar ตอนนั้นก้อเริ่มเดินโซซัดโซเซ กอดขวดเหล้า มิกเซอร์ และจานเม็ดมะม่วง เท่าที่จำได้ นั่นคงเป็นการเดินครั้งสุดท้ายในคืนนั้นที่พวกเรายังพอมีสติประคองตัวให้ตรงอยู่ได้ หลังจากที่กินกันไปเรื่อยๆ ก้อเริ่มมีคนรั่ว(อ้วก) มีคนร้องไห้ และอีกคนนิ่ง(รักษาภาพ) [ตอนนั้น.. เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขมากๆๆๆเรย รู้สึกดีจริงๆ เพิ่งจะรู้เนี่ยแหละไอ้ที่เค้าพูดกกันว่า..เมามันส์ส์ส์...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง] แต่เราก็ยังคงกินกันต่อไปจนเหล้าหมดและมีบางคนหลับ บางคนไปอ้วกมาเรยเริ่มดีขึ้น และอีกคนยังคงนิ่ง(รักษาภาพ)อยู่ เราก็เรยพากันกลับห้องตอนประมาณตีสาม และก้อหลับกันในทันที ยกเว้นบางคนที่ต้องแปรงฟันก่อนนอนเพราะไปอ้วกมา ก๊ากกกก (ตอนนั้นยังพอมีหวังว่าจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น)
    เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าร้อง แต่ก็ยังมีหวังว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่พอดูนาฬิกาแล้ว อ้าว มันเจ็ดโมงแล้วนี่หว่า.. แถมฝนยังตกอีกตะหาก ก้อเรยนอนต่อซะงั้น ตื่นมาอีกทีก้อเกาโมงก่าๆ เรยเปิด Super Rookie ดูแบบชิวชิว แล้วค่อยไปอาบน้ำตอนสิบโมงครึ่ง เสร็จสรรพเรียบร้อย เช็คเอาท์ตอนเที่ยงตรงพอดี ... แล้วเราก้อไปหาข้าวกินกัน กินไป ก้อนั่งมองทะเลไปด้วย.. ทะเลวันนั้นมันสวยมากๆๆๆ ... กินข้าวเสดก้อเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆๆๆ .. กะเวลาให้ข้ามไปถึงฝั่งพอดีกะที่รถตู้มารับตอนสี่โมงครึ่ง ....
    ตอนนั่งรถตู้.. หลังจากผลัดกันหลับไปคนละตื่นสองตื่น เราก้อมานั่งรำลึกกันว่า เมื่อคืนทำไรไปบ้าง..
นึกไปก้อขำกันไป.. ถึงแม้ทริปนี้จะแค่ 2 วันกับหนึ่งคืน แต่ความประทับใจจะยังคงอยู่มิรู้ลืม
    เวลาผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว แต่นึกถึงทีไร ก็ยังอิจฉาตัวเองอยู่เรยที่มีความสุขได้ขนาดนั้น 555
    เมื่อไรก็ตามที่นึกถึงค่ำคืนแห่งความทรงจำบนเกาะเสม็ด ก็จะมีบทเพลงของทาทา ยัง แว่วคลอขึ้นมาทุกครั้งว่า...
     "มีเพียงเราสามคน.. กลมเดียวก็พอ..." 
(ขอขอบคุณ บทเพลง "สามคนหนึ่งกลม" ของ Tata Young" มา ณ ที่นี้ด้วย)
 
 
- Happy Ending -
    
2月5日

เหตุเกิดในห้องยา

ณ ห้องยา ร.พ. เปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ
อันประกอบไปด้วยพี่เพ(ย่อมาจากเภสัชกร) กะน้องพู่(ย่อมาจากผู้ช่วยเภสัชกร)..
จากจำนวนพี่เพทั้งหมด รวมหัวหน้าด้วยเป็นสิบเอ็ดคน(ไม่รวมพาร์ทไทม์)
มีเภสัชกรชายอยู่สามคนด้วยกัน ได้แก่
 K.Chit(ชิด)  K.Bomb(บอม) และ K.Beer(เบียร์) ..
ซึ่งสามหนุ่มนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนเรียน..
วันที่ขึ้นเวรกันครบสามคน.. พวกเขาจะเป็น C2B - -"
วันที่พี่ชิตหยุด.. อีกสองหนุ่มจะเป็น กอล์ฟ-ไมค์ ทันที..
 (แม้เราจะพยายามทัดทานว่าเป็น กอล์ฟ เบญจพล กะ ไมค์ ภิรมย์พร ก้อตาม) - -"
และทุกวันที่เราเม้าเรื่องเรนกะพี่เพ รึ น้องพู่..
พี่บอมจะพยามมาโน้มน้าวว่าพี่เบียร์เนี่ย มีความเท่เทียบเท่ากับ(ขี้)เลน.. - -"
ดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ซางดูออกอากาศเป็นวันแรกเฉกเช่นวันนี้
พี่บอมก้อดู แล้วก้อบอกว่า..
เนี่ย สูสีกะพี่เบียร์ แบบก้าวต่อก้าว
พี่ชิตมาได้ยินพอดี.. เรยทำหน้าซีเรียส แล้วบอกว่า.. เฮ้ย..มันหลายก้าวอยู่นะ 555
นี่แหละ การทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งไม่มีหัวหน้า ก๊ากกกกกกกกกก
...
จบเรื่องของหนุ่มๆไว้เท่านี้ก่อน..
ไว้วันหลัง ค่อยมาต่อเรื่องของสาวๆกันใหม่ 555
12月12日

คิดถึง RAIN จัง

เมื่อคืนปวดท้องมากๆๆๆเรย T-T
แถมยังอาเจียนอีกต่างหาก
คนยิ่งเบื่อๆฝึกงาน ขี้เกียจไปอยู่..
เด๋วก็โดดซะหรอก.. ก๊ากกกกกกกกกก
ทำไงดี.. โปรเจกก็ยังไม่ทำ
แถมยังไม่รู้อนาคต ไม่รูจะทำงานทำการไรดี
ช่วงนี้ก็เรยต้องใช้เรนเป็นแรงใจให้ชีวิตไปวันวัน.. 555
ทำไมมันรู้สึกเฉื่อยชางี้ฟะ
ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เล่นเนตเรย เพราะว่าไปอยู่หอ
กลับมาบ้านก้อนอนดูแต่ทีวี
space นี้ก็เรยร้างซะงั้น
แต่ช่างเหอะ .. ไม่มีใครมาอ่านนี่นา 555
 
เอาล่ะ .. เด๋วก็ต้องกลับไปหอละ
ต้องไปเบื่อกะการฝึกงานและ peptic ulcer อีกละ
ก็ไม่รู้จะเขียนไร ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพละกันนะ
คิดถึง RAIN จัง ...
11月11日

Friday 11/11

วันนี้...
เรื่มต้นตอนเช้าด้วยความลนลาน เร่งรีบ และหลุกหลิก..
เนื่องจาก เปนวันส่ง abstract แต่ยังไม่เสด เพิ่งส่งให้อ. รอ อ. แก้ (อ.อยู่ยี่ปุ่น)
แล้วอยู่ที่ รพ.เด็ก แต่ต้องรอ อ.ปรีชา (น่ารัก) เซ็น แล้วกลับไปส่งที่คณะ
แต่.. ในที่สุด ก็กลับไปส่งทันเวลา 4โมงเย็น พอดีเป๊ะ..
ขอบพระคุณอ.สมภพ ที่ใจดีมากๆๆ, อ.ปรีชา ที่น่ารักมากๆๆ, และอ.พี่เกมที่ช่วยเหลือทุกๆๆๆอย่าง
 
แถมวันนี้
ยังเป็นวันประกาศผลใบประกอบฯ
ตอนแรก วันนี้เราอารมณ์ดีมาก กะว่าคงไม่เครียดร้อกกก
แต่.. พอ อ.ปรีชาประชุมกลับมา
อ.ปรีชา รู้ผล แต่ไม่ยอมบอก แสดงว่าต้องมีซักคนในแปดคนที่อยู่ รพ.เด็กตอนนั้น ไม่ผ่านแน่ๆ
เราก้อเริ่มเครียดแระ.. ก็ ในแปดคนที่อยู่ตอนนั้น..
อ. จำชื่อเราได้คนเดียวอะดิ.. เราเรยคิดว่า มีความเสี่ยงสูง..
...
แต่ในที่สุดก้อผ่าน... เฮ้อ.. ค่อยยังชั่ว
 
แล้ววันนี้...
เป็นวันสุดท้ายของการเรียน
โชคดีจังที่ได้ อ.ปรีชามาปิดคอร์ส...
อ.น่ารักจังเรยยย...
 
แต่..
พอตกเย็น..
เราอุตส่าห์ดีใจ จะโทรไปบอกแนนว่าเราผ่านใบประกอบฯแล้ว
ปรากดว่า..
แนนไม่รับโทรสับเรา
 
ตอนแรกก้อแอบน้อยใจที่มันไม่รับโทรศัพท์...
แต่.. ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมมันไม่รับ..
แนนเอ๊ย..
เราและเพื่อนๆทุกคนรักแนนเสมอ..
 
ห้ามคิดจะอินเทรนด์ด้วยการโดดตึกนะเฟร้ยยยยยย.. ไม่ดีร้อก.. ศพไม่สวย
จรินทร์ด้วยนะ.. ห้ามโดดตึก
เสียภาพพจน์เด็กน้อยน่ารักที่อุตส่าห์สร้างมากันพอดี
 
ตอนนี้
คงต้องรีบไปปั่นโปรเจกต์ซะแร้นนน
เพราะมันลนตูดอย่างแรงอะ..
 
 
 
 
 
 
 
10月26日

RAIN

วันที่ 25 ตุลาคม..
กลายเปนเมื่อวานไปซะแร้ว..
 
วันนี้สะพานข้ามแยกพญาไทเปิดใช้เป็นวันแรก
 
หน้าคณะรถไม่ติดจิงๆด้วยยยยยยยยย .......
 
เย้ๆๆๆๆ
 
เนื่องด้วยที่ปากน้ำมีงานประจำปี.. มีการปิดถนนกลางจังหวัด..
 
เราเรยอาศัยรถตี้มาลงที่บางกะปิ
 
เพื่อนั่งรถตู้กลับทางศรีนครินทร์ เลี่ยงเส้นทางปากน้ำ
 
(ที่จิงทางปากน้ำอะ อ้อมกว่าอีก.. แต่ปกติเรากลับทางนั้นเพราะรถติดน้อยกว่า
แต่พอหน้าคณะเลิกติด... ก้อดูท่าทาง..ทางนี้จะเวิร์คกว่าแฮะ..หุหุ )
 
พอถึงปากซอยหมู่บ้าน เหนฝนมาครึ้มมากๆๆๆ 
 
แล้วก็กะลังเริ่มลงเม็ด..
 
เรากะว่า.. นั่งมอไซ ปรื๊ดเดียวก้อถึง.. ไม่ทันเปียก..
 
แต่.. อนิจจา... 
 
สงสัยจะเป็นเพราะเมื่อวานเราบอกว่าจะใช้ Rain รักษาโรค...
 
วันนี้สวรรค์ก้อเรยเป็นใจ..
 
ประทานฝนตูมเบ้อเร่อใส่กบาลเรา
 
แล้วแบบ..ซ้อนมอไซ.. หนาวก้อหนาว.. เงยหน้ามองไรก้อไม่ได้
 
กว่าจะถึงบ้านก้อเปียกโชก.. น้ำหยดติ๋งๆ
 
........
-_-"
 
 
อนาถจิงๆ.. เฮ้อ..
 
 
10月24日

ยารักษาโรค

โห... ชื่อเรื่องบ่งบอกถึงวิชาชีพ...ที่ยังไม่ได้ใบประกอบ..หึหึ
แต่เด๋วจะได้เร็วๆนี้แระ...เดือนหน้าประกาศผล...
 
โอม... จงผ่าน..จงผ่าน..
 เอ้ย.. ต้องเป็น.. โอ๊ดผ่าน โอ๊ดผ่าน สิ.. เฮ้อ..
 
เรื่องขำขำวันนี้..
 
เอาซีดีการแสดงตอนรับน้องมาให้พ่อกะแม่ดู
 
ที่เราเต้นฮิพฮอพเพลง Say Hi ! กะพากย์ละคร Pharmaranger
 
 แม่รีบเอาไปอวดให้ที่บ้านตาดู
 
พ่อก้อบอกจะเอาไปออฟฟิซ.. 
 
 
ท่าทางพ่อแม่จะภูมิใจมาก... ก๊ากกกกก
 
ถ้าได้เกียรตินิยมจะภูมิใจอย่างงี้ป่าวเนี่ย.. 5555
 
อะ.. ที่ตั้งชื่อเรื่องว่ายารักษาโรคเนี่ย...
 
เนื่องมาจากคำกล่าวหาของคุณแสบ.. ที่ว่าเราเปนโรคใหม่
 
อ๊ะๆ ..   ไม่ใช่หวัดนกตามกระแส...
 
แต่แสบอะ..หาว่าเราเปนโรคว่าน..
หารู้ไม่ว่า... ที่จิงแล้ว... เราใช้ว่านรักษาโรคเก่าของเราตะหาก(โรคตรัย)
 
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
แต่รู้สึกว่า.. ประสิทธิภาพของว่านมันจะไม่ค่อยดี
 
เรยไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร...
 
ดังนั้น..
 
เราคงต้องหวนกลับมาใช้ยาเก่าแต่ประสิทธิภาพเยี่ยม..
 
คือ..น้ำฝน(RAIN)... นั่นเอง...
 
ก๊ากกก..
   พอเถอะ.. เลิกดีกว่า...
เพื่อนๆ.. ห้ามแซวเรื่องโรคเก่านะ.. พูดถึงมากๆเด๋วโรคกำเริบ...
ก๊ากกกกกกกกกกก
 
อ่อ.. จะบอกเพื่อนๆว่า..
 
เราไม่ค่อยได้เข้าไดของเพื่อนๆเรย..
 
เนื่องจาก..
 
เมื่อพยามจะเข้า space ของเพื่อนๆน่ะ
 
คอมเรามันค้างทุกทีเรย
 
บางทีนั่งอัพของตัวเองอยู่ดีๆ
 
มันยังค้างเรย.. หึหึ
 
อย่าโกรธเราเรยนะจ๊ะ..